ReadyPlanet.com
dot dot
dot
บริการขึ้นทะเบียน อย.
dot
dot
บริการด้านอื่นๆ
dot
dot
ตัวอย่างสินค้าที่ขึ้นทะเบียน
dot
dot
พันธมิตรทางธุรกิจ
dot
dot
รับ - ข่าวสาร

dot


ทัวร์คุณภาพสูงราคาถูก


เครื่องสำอาง (ผลิต/นำเข้า)

 

 การแบ่งชนิดของเครื่องสำอาง

ความหมายของเครื่องสำอางเครื่องสำอาง หมายความว่า

 

1. วัตถุที่มุ่งหมายสำ หรับใช้ทา ถู นวด โรย พ่น หยอด ใส่ อบ หรือกระทำ ด้วยวิธีอื่นใดต่อส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายเพื่อความสะอาด ความสวยงาม หรือส่งเสริมให้เกิดความสวยงามและรวมตลอดทั้งเครื่องประทิ่นผิวต่างๆด้วย แต่ไม่รวมถึงเครื่องประดับและเครื่องแต่งตัวซึ่งเป็นอุปกรณ์ภายนอกร่างกาย

 

2. วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางโดยเฉพาะ หรือ

 

3. วัตถุอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวงให้เป็นเครื่องสำอางชนิดของเครื่องสำอาง เช่น ผ้าอนามัย ผ้าเย็น แป้งโรยตัว เป็นต้น  

ผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าข่ายเครื่องสำอาง ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจุดประสงค์เพื่อความสะอาด หรือ เพื่อความสวยงาม ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีจุดประสงค์อื่นๆ เช่น เพื่อบำ บัด บรรเทา รักษา หรือมีส่วน ประกอบทางเคมีที่เป็นตัวยา หรือใช้รับประทาน จะไม่จัดเป็นเครื่องสำอาง

 

การแบ่งประเภทเครื่องสำอางตามวัตถุประสงค์

 

ตามความหมายที่ 1 เราจึงแบ่งเครื่องสำอางตามวัตถุประสงค์การใช้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ

 

1. เครื่องสำอางทำความสะอาด (cleansing cosmetic) ได้แก่ สบู่ แชมพู ครีมนวดผม ยาสีฟัน แอลกอฮอล์เจล เจลล้าง

หน้า ครีมโกนหนวด ครีมอาบน้ำ น้ำยาทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น น้ำมันล้างหน้า

 

2. เครื่องสำอางบำรุงผิว ได้แก่ โลชั่นบำรุงผิว ครีมกันแดด ซีรั่มบำรุงผม ลิปบาล์มที่ไม่มีสี

 

3. เครื่องสำอางสำหรับตกแต่ง (Make up)ครีมรองพื้น ลิปกลอส อายแชโดว์ บลัชออน ดินสอเขียนคิ้ว มาสคาร่า

 

แต่ทั้งนี้เครื่องสำอางบางชนิด มีวัตถุประสงค์การใช้ 2 ประเภทขึ้นไป เช่น สครับขัดผิว เป็นเครื่องสำอางทำความสะอาดและบำรุงผิว ลิปบาล์มที่มีสีเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิวและเครื่องสำอางสำหรับตกแต่ง เป็นต้น ทั้งนี้การจัดประเภทเครื่องสำอางสามารถดูข้อมูล data dictionary ของกลุ่มควบคุมเครื่องสำอาง อ.ย. ได้

 

การแบ่งประเภทเครื่องสำอางตามรูปแบบผลิตภัณฑ์

รูปแบบผลิตภัณฑ์ในที่นี้ หมายถึงลักษณะเนื้อของผลิตภัณฑ์  ซึ่งแบ่งได้หลายประเภทมาก ดังนั้นขอยกตัวอย่างมาดังนี้

1.       น้ำมัน   มีลักษณะเหลว แต่หนืด มัน ลื่น ไม่มีส่วนประกอบของวัฏภาคน้ำ

2.       โลชั่น/ซีรั่ม ค่อนข้างเหลว มีความหนืด มีวัฏภาคน้ำกับน้ำมันผสมกัน อาจเป็น o/w หรือ w/o แต่ส่วนใหญ่เป็น w/o

ทำให้เป็นเนื้อเดียวกันด้วยตัวทำอิมัลชั่น ถ้ามีสีขุ่นเรียกว่าโลชั่น ถ้าสีใสเรียกว่าซีรั่ม แต่ทาง อ.ย. จะใช้คำว่าโลชั่นเนื่องจากป้องกันการสับสนกับคำว่าซีรั่ม ในทางการแพทย์

3.       โทนิค เป็นของเหลวที่มีองค์ประกอบหลักเป็นแอลกอฮอล์

4.       ผง/เกล็ด เป็นของแข็งที่อาจเป็นผง หรือ เกล็ด

5.       เจล เป็นของเหลวที่มีลักษณะภายนอกคล้ายของแข็ง มีลักษณะยืดหยุน แต่ความเป็นของแข็งไม่คงตัว หากน้ำระเหยไปจะเสียสภาพได้ ประกอบด้วยวัฏภาคน้ำและสารเพิ่มความหนืด ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ เช่น เจลอาบน้ำ เจลแอลกอฮอล์

6.       ครีม คล้ายกับโลชั่น แต่มีความหนืดสูงกว่า มักมีวัฏภาคน้ำและน้ำมันในอัตราส่วนมวลใกล้เคียงกัน

7.       สบู่ก้อน (Bar soap)เกิดจากไขมันหรือน้ำมันทำปฏิกิริยากับด่าง เกิดเป็นไขสบู่ที่เป็นของแข็ง เมื่อจับสบู่แล้วจะรู้สึกเหนียว และเมื่อโดนน้ำจะรู้สึกเรียบลื่น อยู่ในลักษณะที่เป็นก้อน มีรูปร่างตามแต่พิมพ์ที่ใช้หล่อสบู่

8.       สบู่เหลว (Liquid soap) คล้ายกับข้อ 7 แต่เป็นของเหลวที่อุณหภูมิห้อง

9.       สารละลาย เป็นของเหลว ประกอบด้วยวัฏภาคน้ำที่มีของแข็งละลายอยู่ ผสมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน

10.    โฟม เป็นลักษณะมีรูพรุนของอากาศในของแข็งหรือของเหลว แต่ในเครื่องสำอางส่วนใหญ่เป็นแก๊สในของเหลว เช่น โฟมล้างหน้า

11.    มูส เป็นแก๊สในของเหลวที่มีความคงตัวมากกว่าโฟม เช่น มูสล้างหน้า มูสแต่งผม เป็นต้น

12.    สเปรย์ เป็นของเหลวในแก๊ส

13.    แอโรซอล คือลักษะที่เป็นละออง เป็นของแข็งหรือของเหลวในก๊าซ ในที่นี้ใช้สำหรับผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่ในขวดสเปรย์ที่มีแรงอัดอากาศจากหัวพ่นและสปริง

14.    บาล์ม สำหรับในเรื่องความหนืดไม่ปรากฎแน่ชัด แต่เราเรียกผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับ ทา ถู นวด และเป็นตัวให้กลิ่น (aroma)ว่าบาล์ม เช่น ลิปบาล์ม บาล์มขัดผิว เป็นต้น

15.    ขี้ผึ้ง (Wax/Ointment) ประกอบด้วยสารจำพวกไขมันแข็ง (wax)เป็นส่วนใหญ่ โดย ointment นั้นจะมีลักษณะที่เป็นอิมัลชั่นคือประกอบด้วยวัฏภาคน้ำและน้ำมันแต่มีวัฏภาคน้ำมันเป็นส่วนใหญ่คือ 80% ขึ้นไป

16.    เพสต์ มีลักษณะเป็นเนื้อแป้งผสมอยู่ เช่นเป็นครีมเหลว หรือเป็นก้อนแป้ง เป็นต้น

 

การแบ่งประเภทตามส่วนของร่างกายที่ใช้

1.       เส้นผม (hair care) เช่น แชมพู

2.       ช่องปาก (oral care) เช่น น้ำยาพ่นปาก ยาสีฟัน

3.       ใบหน้า (face) จัดอยู่ในกลุ่ม skin care เช่น ผลิตภัณฑ์ make-up ครีมบำรุงผิวหน้า

4.       รอบดวงตา (eye) จัดอยู่ในกลุ่ม skin care เช่น eye cream

5.       ริมฝีปาก (lip care) จัดอยู่ในกลุ่ม skin care เช่น ลิปบาล์ม ลิปกลอส

6.       ร่างกาย (body care) หรือผิวหนังโดยทั่วไป ได้แก่ skin care เช่นครีมบำรุงผิวกาย โลชั่นกันแดด และกลุ่มน้ำหอมระงับกลิ่นกาย

7.       มือ (hand) จัดอยู่ในกลุ่ม skin care เช่น hand cream, alcohol hand gel

8.       เล็บ (nail care) เช่น ยาทาเล็บ น้ำยาล้างเล็บ

9.       ทรวงอก (breast) จัดอยู่ในกลุ่ม skin care เช่น ผลิตภัณฑ์พอกผิวทรวงอก

10.    จุดซ่อนเร้น (vagina) จัดอยู่ในกลุ่ม skin care เช่น น้ำยาทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น

11.    เท้า (foot care) จัดอยู่ในกลุ่ม skin care เช่น foot cream, foot lotion

 

ขอขึ้นทะเบียนเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ
เอกสารประกอบการพิจารณา
1. คำขอขึ้นทะเบียนเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ (สอพ.3) และแนบท้าย 5 ชุด
2. ตัวอย่างเครื่องสำอางที่ขอขึ้นทะเบียน 1 ชิ้น
3. เอกสารแจ้งสูตรส่วนผสมของเครื่องสำอางที่ขอนำเข้า (ต้นฉบับ) จากผู้ผลิตในต่างประเทศ จำนวน 1 ชุด
ระบุรายละเอียดดังนี้
- แจ้งรายละเอียดส่วนผสมครบถ้วนและถูกต้อง และต้องลงนามจากกรรมการซึ่งมีอำนาจลงนามของบริษัท
- ให้แจ้งปริมาณและหน้าที่ (Purpose of use) ของสารแต่ละตัวในสูตรอย่างชัดเจน
- สีที่ใช้ในเครื่องสำอาง ให้แจ้ง Color Index (CI. No.) และปริมาณของสีทุกตัว
4.หนังสือรับรองการขาย (Certificate of Free Sale) หรือ หนังสือรับรองผู้ผลิต (Certificate of Manufacturer) (ต้นฉบับ) 1 ชุด และต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตไทยในประเทศนั้นๆ
5.วิธีวิเคราะห์สารควบคุมพิเศษและสารสำคัญ
6.เอกสารแสดงกระบวนการผลิตจากผู้ผลิตต่างประเทศ
7.วิธีการเก็บรักษา
8.สำเนา สอพ.2
9.ภาพถ่ายฉลาก ภาชนะบรรจุและฉลากภาษาไทย
10.แบบแปลนการจัดสถานที่เก็บเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ (เฉพาะการยื่นคำขอครั้งแรก)
11.หนังสือมอบอำนาจ 1 ชุด พร้อมเอกสารแนบคือ
- สำเนาหนังสือจดทะเบียนการค้า หรือ สำเนาหนังสือรับรองบริษัท
- สำเนาบัตรประชาชนผู้มอบอำนาจ
- สำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

ปัจจุบันนี้ ได้มีข้อกำหนดของกฏหมาย โดยกำหนดให้เครื่องสำอางทุกชนิดเป็นเครื่องสำอางควบคุม ก่อนที่จะผลิต หรือนำเข้ามาจำหน่าย และจะต้องดำเนินการจดแจ้งสูตร หรือขึ้นทะเบียนเครื่องสำอาง โดยกำหนดให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ธันาคม 2553 และมีผลบังคับใช้ในต้นปี 54 ทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการขอจดแจ้งสูตรให้กับลูกค้าไปบางส่วนแล้ว แต่เนื่องจาก มีการขอจดแจ้ง และจองคิวกันเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความล่าช้าเกิดขึ้น สำหรับลูกค้าเก่า และลูกค้าใหม่ที่มีแบรนด์อยู่ในขณะนี้ โปรดสอบถามและติดต่อขอรายละเอียด การจดแจ้งสูตรเครื่องสำอางควบคุม โดยทางบริษัท ฯ จะดำเนินการขึ้นทะเบียนให้กับลูกค้าที่มี ความประสงค์จะขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฏหมาย สำหรับข้อกำหนดและปริมาณในการจดแจ้ง มีเงื่อนไขดังต่อไปนี้ การสั่งผลิตสินค้า เป็น Bulk (เป็นกิโล) - ประเภทผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เริ่มต้นที่ 5 กก.ขึ้นไป - ประเภทครีมบำรุง เซรั่ม เริ่มต้น ที่ 1 กก.ขึ้นไป ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เริ่มต้น 350-750- 1500 บาทต่อชนิด หมายเหตุ สำหรับลูกค้าที่ทำแบรนด์ ที่มียอดสั่งซื้อในปริมาณที่บริษัทฯกำหนด จะไม่มีค่าใช้จ่ายในการจดแจ้งใด ๆ ทั้งสิ้น ทางบริษัทจะดำเนินการให้ฟรี

หมายเหตุ :

การรับรองสูตรเครื่องสำอาง ไม่ครอบคลุมถึงการนำไปโฆษณาสรรพคุณเกินจริง และการนำไปแปรสภาพหรือเพิ่มเติมสารใดๆในสูตร การรับรองความสะอาดปลอดเชื้อในการบรรจุ ทางบริษัทฯ ถือความรับผิดชอบเฉพาะการสั่งขึ้นทะเบียนกับทางบริษัทฯเท่านั้น หากท่านมีความประสงค์จะทำโฆษณา หรือ ต้องการปรึกษาข้อความในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ จะต้องใช้คำบรรยายไม่เกินขอบข่ายความเป็นเครื่องสำอาง ทั้งในฉลากและโฆษณา ไม่อวดอ้างเกินคำบรรยายของเอกสารประกอบของผลิตภัณฑ์ สายด่วน 0812980600, 081-298-0600, 02-944-9211

 

 

 







Copyright © 2012 All Rights Reserved.

บริษัท ซัคเซสโซ่ อินเตอร์นาซิโอนาเล่ จำกัด
ที่อยู่ :  เลขที่ 50/9 หมู่ที่ 5 ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10240
เบอร์โทร : 02-944-9211 แฟกซ์ : 02-944-9211 สายด่วน : 081-298-0600, 081-250-5943
อีเมล : Successo.Inter@gmail.com
เว็บไซต์ : www.SuccessoInter.com